ประวัติการทำงาน
เคยเข้าร่วมกับกองทัพ อเมริกัน ในสงครามโลกครั้งที่ 2 (101 St Airbone Divesion ) ต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่น
1952 เพราะเหตุที่คอมมิวนิสต์ CPB ต่อต้านกองทัพพม่า AFPFl ได้เข้าร่วมต่อสู้กับ CPB ซึ่งประจำการอยู่ที่รัฐฉานทางตอนกลาง และตอนไต้ ถึงแม้จะเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญและสามารถนะศึกหลายครั้ง แต่ก็มีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของพรรคพม่า
1956 12 พฤษภาคม เพราะเหตุที่คอมมิวนิสต์ CPB ได้ทำการแบ่งแยก พื้นที่ ฐานะ บุคคล และความ สมัคคีของไต จึงได้แยกตัวออก
1958 พฤษภาคม ได้เข้าร่วมกันกลุ่มกู้ชาติหนุ่มศึกหาญ ซึ่งมีเจ้าน้อย ซอหยั่นตะ เป็นผู้นำ
1959 ตุลามคม ได้บุกเข้าโจมตียึดฐานที่มั่นพม่าที่ห้วยอ้อย และได้ถูกยิงที่แขนซ้ายและต้องตัดทิ้ง
1961 วันที่ 16 กรกฏาคม หลังจากกลุ่มกู้ชาติหนุ่มศึกหาญแตก จึงได้จัดตั้ง SNUF เพื่อความ สามัคคีปรองดองของชาติ แล้วจัดตั้ง SSRC สิบต่อ มาฯ
1964 ในวันที่ 24 เมษายน เข้าร่วมกับกองทัพ ลอดแลวเซาขอจึ้งไต SSIA ที่มีเจ้านาง เฮีอนคำเป็น ผู้นำ หลังจากนั้นก็จัดตั้งกองทัพกู้ชาติไต SSA 1966 ได้เข้าเป็นผู้นำของกองทัพพร้อมห้วม 3 กลุ่ม คือ SSNPLO SSA SNIA 04.01.1969 ได้ถูกเลือกตั้งเป็นประธาน (ผู้นำ) กองทัพ SURAสืบมาฯ
1966 มีการเรียกประชุมใหญ่ "นาข้าวแหลง" ทางภาคเหนือของรัฐฉาน และทำการปรับปรุงกองทัพรัฐฉาน SSA โดยได้วางนโยบายหลักนำ 3 ข้อ ซึ่งได้แก่ หนึ่ง เอกราช สอง ความเป็นเอกภาพ สาม ประชาธิปไตย และได้ร่างนโยบายในการวางแผนที่จะยืนบนหลักการสามข้อนี้ ในการติดต่อประสานกับทุก ๆ กลุ่ม เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นเอกภาพในการจัดตั้งสภาปฏิวัติแห่งรัฐฉาน
1967 เจ้ากอนเจิงเป็นผู้ริเริ่มในการรวมกลุ่มกันระหว่าง 3 กลุ่ม ซึ่งได้แก่ กลุ่ม SSA กลุ่ม SSNPLO และกลุ่ม SNIA เข้าด้วยกัน
1968 ด้วยเหตุที่พรรคคอมมิวนิสต์พม่าได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้จีนเข้ามามีอำนาจบทบาททางการเมืองของรัฐฉานมากขึ้น และทำให้เอกภาพของรัฐฉานถูกทำลายให้แตกแยกเลวร้ายลงไปมากยิ่งขึ้น
1969 เป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งกองทัพสหปฏิวัติแห่งรัฐฉาน SURA (Shan United Revolution Army) ขึ้นที่บริเวณเปียงหลวง ชายแดนประเทศไทย โดยมีหลักนำ 5 ข้อได้แก่ หนึ่ง ต่อต้านคอมมิวนิสต์ สอง เอกราช สาม ประชาธิปไตย สี่ ความเป็นเอกภาพ ห้า ความสงบสุข
1969 15 มกราคม อาศัยสถาบันหลัก 4 ข้อ นโยบาย 5 ข้อ ประกาศยื่นมือ เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีของชาติไต จึงเรียกร้องให้เกิดการรวมตัวกันของกองกำลังไทยใหญ่ที่แตกออกเป็นก๊ก ๆ ให้กลับมารวมเป็นหนึ่ง
2513 / 1970 ได้ก่อตั้ง กองทัพแนวร่วมปฏิวัติแห่งไต Shan United Revolution Army (S.U.R.A.) รายชื่อสมาชิกร่วมบริหารงาน มีรายชื่อดังนี้คือ
1. ประธานใหญ่ เจ้ากอนเจิง
2. รองประธาน ลุงขุนส่าง
3. เลขาธิการ เสือก้ำฟ้า
4. ฝ่ายทหาร พ.อ. กันเจ็ด ผู้บัญชาการ
5. ฝ่ายทหาร ร.อ. ส่างมน คุมทหารทั้งหมด
6. เลขาธิการฝ่ายทหาร ร.อ. ขุนเหลิน
7. รองเลขาธิการฝ่ายทหาร ร.ท.ส่าทูน
8. ประธานฝ่ายปกครอง พ.ต.เจ้าก๋าหล่น
9. รองประธานฝ่ายปกครอง พ.ต.เจ้าหน่อเมียะ
10. เลขาธิการ ร.อ. ชิตฉ่าย
11. ประธานฝ่ายโฆษก ร.อ. เสนา
12. รองประธาน ร.อ. เจ้าปายเมือง
13. เลขาธิการพรรค ร.อ. ขุนเอหลวง
14. กรรมการ ร.อ. เสือฮ่อง
15. กรรมการ ร.ท. อ่องเมียะ
16. กรรมการ พ.ต. เจ้าเสือจ๋าม
17 . กรรมการ พ.ต. เจ้าเมืองจื้นงาคำ
18. กรรมการ ร.ท. โป่งาคำ
19. กรรมการ ร.อ. ส่างคำ
20. กรรมการ ร.อ.ส่างกู่
21. กรรมการ ร.อ. ส่างฮ่าย
22. กรรมการ ร.อ. ลุงมังมั่น
23. กรรมการ ร.อ. ชายเมียด
24. กรรมการ ร.อ. จายฮักเมือง
25. กรรมการ ร.อ. จายหลู่หม่อง
26. กรรมการ พ.อ. เจ้าเสือเย็น
27. กรรมการ ร.อ. คำป่องฟ้า
28. กรรมการ ร.อ. เสือไว
29. กรรมการ ร.ท. เสือหยอม
30. กรรมการ ร.ท. จายฮักเมือง
31. กรรมการ ร.อ. เสือจุ้ม
32. รองประธานฝ่ายทหาร ร.อ. เจ้าเมืองคอน
33. กรรมการ ร.อ. แสงยอด
1983 วันที่ 16 เดือนมิถุนายน จากพื้นฐานแนวคิดที่เคารพในสี่สถาบันหลัก ชาติ บ้านเมือง ภาษา และศาสนา
และยึดมั่นในหลักนำ 5 ข้อดังกล่าว เจ้ากอนเจิงจึงได้ยื่นมือเรียกร้องความสามัคคีแห่งชาติขึ้น
1984 1 เมษายน SURAกับSSA ซึ่งมีเจ้าจ๋ามใหม่เป็นผู้นำเข้าร่วมกันจัดตั้งกองทัพกู้ชาติไต TRC และเป็นผู้นำต่อมา
1985 3 มีนาคม พยายามให้กองทัพ พร้อมห้วมจึงไต (SUA)ซึ่งนำโดยเจ้าขุนส่า เจ้าร่วมกับ TRC (TRC หรือ Tai Revolution Council)
1985 วันที่ 27 เดือนมีนาคม เจ้ากอนเจิง เจ้าขุนแสง เจ้าจ๋ามใหม่ ผู้นำของทั้งสามกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มผู้รักชาติ บางส่วนและตัวแทนของประชาชนบางส่วนได้มีมติร่วมกัน จัดตั้งสภาประชาชนผู้รักชาติแห่งรัฐฉาน SSUPC หรือ Shan State United People Council
1985 21 กรกฏาคม เป็นผู้นำก่อตั้งรัฐบาลชั่วคราว และเป็นนายกต่อมา
1990 26 มิถุนาคม เพราะเกิดเป็น โรคมะเร็ง ที่คอ แก้ม และท้องได้รับการฝ่าตัด 4 ครั้ง
1991 11 กรกฏาคม เวลา 11.00 น วันพฤหัสบดี ปี จุลศักราช 1353 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ได้เสียชีวิตที่ ศาลาธรรมของท่าน ณ วัดฟ้าเวียงอินทร์ ต.เปียงหลวง อ. เวียงแหง จ. เชียงใหม่ รวมสิริอายุได้ 65 ปี ศพของท่านได้ถูกบรรจุไว้เป็นอนุสรณ์สถาน ณ ดอยวัดฟ้าเวียงอินทร์ โดยมีศพมารดาของท่านอยู่เคียงข้างด้วย
ถึงแม้ตัวจะตายสลายไป แต่ชื่อเสียงและประวัติความกล้าหาญของท่านยังอยู่
เกิดบนแผ่นดินใดแล้วไม่ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินนั้นเป็นสิ่งที่หน้าอาย