ความจริงเรื่องไทใหญ่ "ประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และความอยู่รอดในผืนแผ่นดินของตน" เชิญศึกษาได้ที่นี่                                                                                                                                                                                                                                                                  
  Taiyai.net

ประวัติและการทำงาน เจ้าเสือแท่น โดยสังเขป

 

ชื่อ                               เสือแท่น
ชื่อตอนเด็ก                  เด็กชายอู
ชื่อตอนอยู่โรงเรียน      นายจ่อเจ่ง  และ  เป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาสามพี่น้อง
ชื่อบิดามารดา              นายทุนเจ่ง  และ  นางทุน
ปีเกิด                           เมื่อ  ค.ศ.  1936
ที่เกิด                           เวียงสี่ป้อ รัฐฉานภาคเหนือ

การศึกษา         จบชั้น 10 (ม.6) เมื่อปี ค.ศ. 1955  ได้รับการสนับสนุนจาก เจ้าฟ้าสี้ป้อ จึงได้ไปเรียนต่ออุดมศึกษาที่ย่างกุ้งเรียนด้านวิชาภูมิศาสตร์ Geology ในขณะท่านกำลังเรียนปีที่สี่ก็เกิดมีกองกำลังกู้ชาติขึ้นในปี ค.ศ. 1958 ท่านจึงได้ขอร้องให้มาร่วมขบวนการกู้ชาติในปีนั้นนั่นเอง

ครอบครัว        แต่งงานกับเจ้านางจออุ่งที่เป็นพี่สาวของเจ้าเสือหนุ่มลูสาวเจ้าฟ้ามังเลือน เมื่อปี ค.ศ. 1976

บุตร                 มีบุตรสาว  4  คน  คนหนึ่งแต่งงานกับชาวไต้หวันมีบ้านอยู่ที่ย่างกุ้ง

ชั้นตำแหน่งงาน          เป็นผู้นำทหารกองสี่ฝ่ายสันติภาพไต   SSPC ที่สงบศึก ทหาร  SSA ตอเหนือ
                                          และ
SSNA
ฝ่ายเจ้ากันยอดเขาทำ
แนวร่วม  Front ก่อตั้งเมื่อ 23/01/1996
                                                        
                                                                   เส้นทางในราชการ

ปี ค.ศ.1959      พึ่งพาเจ้าทุนเอเมืองนางโจ ในเดือนมกราคมซึ่งเขาและเจ้าเสือวันเรียกนายจ่อทุนออกจากโรงเรียนชั้นสูงย่างกุ้งให้มารับหน้าที่การงานเพื่อกู้ชาติในกองทัพหนุ่มศึกหาญพร้อมกับเจ้าน้อยที่ดอยอ่างขาง (อ.ฝาง)

ปี ค.ศ.1960      เข้าร่วมกับกลุ่มทหารที่ต้องการอิสรภาพไต SSIAที่เมือง    ยอนร่วมกับผู้นำอีก  21 คน ซึ่งมีลุงขุนมหาเป็นผู้นำ

ปี ค.ศ.1963      เมื่อคณะปฏิวัติที่มีนายพลเนวินก่อตั้งหลังการปฏิวัติเมื่อ          วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1962  เรียกร้องให้วางอาวุธแล้วเรียกประชุมเรื่องสันติภาพนั้น ท่านมียศเป็นพลตรีเป็นตัวแทน SSIA แล้วเข้าประชุม พร้อมด้วยเจ้าปึนไต   และเจ้าเสือหว่ายขาว

ปี ค.ศ.1964      เมื่อกองกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วยกองกำลังไทยใหญ่  SSIA    SNUFF และกองกำลังโกก้างของเจ้าแลดเรียกว่า Jimmy  yang รวมกันก่อตั้งกองกำลังรัฐฉาน  SSA ที่มีเจ้าแม่นางเฮือนคำเป็นแกนนำ ท่านได้เป็นผู้นำที่สำคัญคนหนึ่ง

ปี ค.ศ.1967      เมื่อทหารพม่าเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ สงบศึกเข้าเป็นทหารอาสาสมัครในเมืองที่เรียก กาก่อยเย โดยมีกลุ่มปฏิวัติบางส่วนเข้าเป็นกาก่อยเย      ท่านซึ่งอยู่ในการบังคับบัญชาของนายลายอู ก็ได้เข้าเป็นทหารอาสาสมัครด้วย โดยเคลื่อนไหวที่ล่าเสี้ยว   ต้างยาน  ตองกี  เชียงตุง  ท่าขี้เหล็ก

ปี ค.ศ.1968      ภายหลัง พม่าได้ทำการกลาดล้างกาก่อเย จึงได้หนีเข้าป่าอีกครั้ง โดยอยู่ในสังกัดกองพันทหาร  SSA และได้ตำแหน่งนายพล ทำหน้าที่เป็นผู้อบรมและสอนเรื่องการเมืองในโรงเรียนนายทหาร

ปี ค.ศ.1974      เป็นตัวแทนพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน  SSPP และผู้นำกระ

เหรี่ยงเผือก (คะยาห์)  คือ สเกาเลือตอ  มันชารพัน     ตัวแทนกลุ่ม KNUP ไปประชุมกับพรรคคอมนิตส์พม่าCPB ที่ปางซาง เพื่อเป็นพันธมิตรกัน และขอความ    ช่วยเหลือทางด้านยุโธปกรณ์ต่าง ๆ

ปีค.ศ.1975       เกิดความแตกแยกภายใน SSPP/ SSA อันเนื่องมาจาก    แนวคิดสองระบบ คือคอมมิวนิสต์ และประชาธิปไตย ท่านจึงพักอยู่ที่ปางซาง ฐานทัพของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า

ปี ค.ศ.1985      หลังจากที่ท่านออกจากปางซางมาทางฝั่งตะวันตกของ      แม่น้ำสาลวิน ก็ได้มารับหน้าที่ใน SSPP  อีกครั้ง โดยเป็นรองเจ้าศึกจายเล็ก

ปี ค.ศ.1989      หลังการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าในปี ค.ศ.1988      ล้มเหลว และหลังจากว้าปฏิวัติ CPB ที่ปางซางแล้วแยกออกเป็น 3-4 กลุ่ม และทำสัญญาสงบศึกกับพม่า  SLORC เจ้าเสือแท่นก็ได้จัดการประชุม SSA ในที่ประชุมประกอบด้วยเจ้าจายน้อง   เจ้าลอยมาว  เจ้าปางฟ้า  เจ้าสายบัว  เจ้ากองไต และเจ้ายาปี่  จึงพากันตัดสินใจทำสัญญาสงบศึกกับพม่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 1989

ปี ค.ศ.1997-98    ได้เป็นผู้นำใน SSA-N / SSPP

ปี ค.ศ.2000           ตามที่ข้อตัดสินในที่ประชุม  SSPC  ครบรอบ  4  ปี    หลังจากที่ได้ก่อตั้งกลุ่มสันติภาพที่ คายสิ่ม มา ท่านจึงได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการสันติภาพรัฐฉาน  SSPC

ถึงแม้ตัวจะตายสลายไป แต่ชื่อเสียงและประวัติความกล้าหาญของท่านยังอยู่
เกิดบนแผ่นดินใดแล้วไม่ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินนั้นเป็นสิ่งที่หน้าอาย

       

Copyright (c) 2008. Taiyai.net.All rights reserved