|
ประวัติและการทำงาน เจ้ายอดศึก โดยสังเขป

ชื่อ เจ้ายอดศึก บิดา ลุงส่างหลู่ มารดา นางคำ ภูมิลำเนา ต.เมืองยาย อ. เมืองหนอง จ.เมืองหนอง รัฐฉานใต้
ชีวิตและผลงาน
สมัครเข้าเป็นทหารในกลุ่ม S.U.R.A. ของเจ้ากอนเจิง เมื่อวันที่ 26 เดือน พฤษภาคม 1976 โดยสมัครที่พันตรีขุนกู่ แม่ทัพภาค 3 S.U.R.A. ตอนอายุได้ 17 ปี
1977 ได้เข้าร่วมการฝึกในด้านการทหาร ที่ป๋างใหม่สูงใกล้กับพื้นที่บ้าน เปียงหลวง โดยมีครูฝึกคือ เจ้าฮักเมือง เป็นคนของกลุ่ม K.M.T หลังจากจบหลักสูตด้านการ ทหารแล้ว ได้รับหน้าที่เป็นทหารสื่อสารประจำตัวท่านประธาน เจ้ากอนเจิง
1978 ได้รับหน้าที่ฝ่ายการข่าวประจำพื้นที่ชายแดนไต (รัฐฉาน) และประเทศพม่า
1979 ได้ร่วมเดินทางไปกับท่านประธาน เจ้ากอนเจิง เพื่อไปตั้งฐานทัพที่ ป่าลาย และได้เข้ารับการฝึกด้านการปกครอง โดยมีครูฝึก คือ เจ้าคำอู และในขณะนั้นได้รับหน้าที่เป็นหน่วยตรวจสอบภาพในด้วย
1980 ได้เข้ารับการฝึกด้านการทหารหน่วยรพพิเศษ และการเมืองเป็นครั้งที่ 2 ทึ่ค่าย ป๋างใหม่สูง ครูฝึกด้านการเมือง คือ ท่านประธาน เจ้ากอนเจิง, เจ้าคืนใส ส่วนครูฝึกทางด้านการทหารหน่วยรพพิเศษ คือ เจ้าเมืองคอน หลังจากจบการฝึกแล้ว ได้รับหน้าที่เป็นรอง ผบ. กองร้อยที่ 1 ซึ่งมี เจ้าหาญศึก เป็น ผบ. ร้อย
1981 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผบ. ร้อย ที่ 1 เคลื่อนไหวบริเวณพื้นที่เมืองไตทางภาคใต้
1982 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผบ. พัน คุมพื้นที่บริเวณ น้ำจ๋าง เมืองนาย ลางเคอ โขหลำ เกงตอง
วันที่ 16 มิถุนายน 1983 ท่านประธาน เจ้ากอนเจิง ได้ขอร่วมมือ ไปยังทุก ๆ กลุ่ม เพื่อความสามัคคีแห่งชาติ ภายใต้ นโยบายหลัก 6 ข้อ

9.1 ต่อต้าคอมมิวนิสต์ 9.2 อกราช 9.3 ประชาธิปไตย 9.4 ความสามัคคี แห่งชาติ 9.5 ต่อต้านยาเสพติด 9.6 ความร่มเย็น สงบสุข (สันติภาพ)
ในปี 1984 เจ้าจ๋ามใหม่ ซึ่คุมกองทัพภาค 2 S.S.A ภาคใต้ ใด้ส่งตัวแทนคือ เจ้ามุ่งฟ้า และ เจ้าอุงแหล่ง มาทำการเจรจา โดยกลุ่ม S.U.R.A. ได้แต่งตั้ง เจ้ายอดศึก ไปทำการเจรจา เพื่อที่จะให้เกิดการรวมกลุ่มกัน ในปี 1984 นั้นเอง เจ้าจ๋ามใหม่ ได้นำกองกำลัง S.S.A ทางภาคใต้ ได้เดินทางมาถึงยัง ป๋างใหม่สูง ศูนย์บัญชาการใหญ่ และ ได้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง T.R.C (Tai Revolut8on Council) และ กองทัพ T.R.A ( Tai Revolution Army) ขึ้น
ในปี 1985 ขุนส่าได้นำกองทัพ S.U.A มาร่วม และได้ทำการเปลี่ยนชื่อ พรรคการเมืองเป็น S.S.R.C ( Shan State restoration Council ) ให้ชื่อกองทัพว่า M.T.A
(Mung Tai Army) ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ S.S.U.P.C
1985 นั้น เนื่องจากเพื่อจะให้เกิดความสามัคคีภายในชาติ เจ้ายอดศึก จึงได้เดินทางไปพบขุนส่าที่ บ้านหัวเมือง
1986 ได้รับหน้าที่ด้านยุทธการ ทำการเคลื่อนไหว ในพื้นที่เมืองไต ทางภาคใต้และทางภาคกลาง จนกระทั่งในปี 1987
1990 ได้รับหน้าที่ทางยุทธการคุมพื้นที่ เมืองจ้อด และได้เคลื่อนไหวทางด้านยุทธการบริเวณชายแดน ไต-ไทย จนกระทั่งถึงปี 1993
วันที่ 11 เมษายน 1994 ได้ปะทะกับทหารพม่า บริเวณพื้นที่ดอยหินก๋อง ปะทะกัน เป็นเวลานานถึง 45 วัน ซึ่งทราบกันในนาม ยุทธการดอยหินก๋อง ซึ่งเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

1995 ได้รับหน้าที่คุมกองกำลังในส่วนแนวหน้า ในขณะที่ เจ้ากานเจ็ด ได้แยกตัวออกจาก M.T.A เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 1995 นั้นขุนส่าได้เรียกตัว เจ้ายอดศึก กลับมายังศูนย์บัญชาการใหญ่ ที่หัวเมือง เพื่อทำการกักตัว แต่เจ้ายอดศึก ปฏิเสธ เนื่องจากภาระในพื้นที่ติดพัน จึงทำให้หลุดพ้นจากการ ถูกขุนส่ากักตัว
วันที่ 17 ธันวาคม 1995 ขุนแสง ได้เดินทางออกจากหัวเมือง เพื่อไปติดต่อกับทหารพม่า แต่ก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากหัวเมืองนั่น เขาได้ออกคำสั่งยิงทิ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เป็นทหารเชื้อสายไต ของตัวเองจำนวน 12 นาย เพราะเหตุว่าลูกน้องเหล่านั้นล่วงรู้ความลับต่าง ๆ ของพวกเขาไว้เป็นจำนวนมาก เมื่อเขาได้ทำการเจรจาตกลงวางอาวุธให้แก่รัฐบาลทหารพม่าที่กรุงร่างกุ้ง ทางนายทหารระดับสูงภายในกองทัพ M.T.A ได้จักการประชุมขึ้นที่ ป๋างเสือเฒ่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1995 ได้ปรึกษาหารือกันในเรื่อง การที่จะเข้าเป็นอาสาสมัครให้แก่รัฐบาลทหารพม่า โดยจะยอมวางอาวุธให้ครึ่งหนึ่ง
แต่ในขณะนั้น เจ้ายอดศึก ได้คัดค้านว่า พวกเราอาจจะลงกลให้แก่ทหารพม่าอีก งานกู้ชาติบ้านเมืองของไต ก็คงจะจบสิ้นอย่างแน่นอน และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งถึงขั้นหลั่งน้ำตาในที่ประชุม
วันที่ 12 ธันวาคม 1995 เจ้ายอดศึก รู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก จึงคิดว่าถึงอย่างไรก็ตาม จะไม่ยอมวางอาวุธให้แก่ทหารพม่าร่วมกับขุนส่าโดยเด็ดขาด
วันที่ 27 ธันวาคม 1995 เจ้ายอดศึก จึงได้นำกองกำลังทหารจำนวน 800 นาย ข้ามแม่น้ำสาละวินไป ทางทิศตะวันตกมุ่งหน้าขึ้นสู่รัฐฉานตอนกลาง เพื่อที่จะดำเนินตามแนวควาคิดของประธาน เจ้ากอนเจิง ซึ่งท่านได้วางแนวทางเกี่ยวกับความสามัคคีแห่งชาติไว้นั้น เพื่อดำเนินตามแนวความคิดของท่าน เจ้ายอดศึก จึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เรียกร้องไปยังกลุ่มต่าง ๆ ในรัฐฉานและได้รวบรวมกองกำลัง่ขึ้นมาใหม่ โดยได้ปรับเปลี่ยน นโยบาย ทางการเมืองบางส่วน และได้วาง นโยบาย หลักขึ้นมาใหม่ 6 ข้อ ดังนี้
14.1 ความเป็นเอกภาพภายในเชื้อชาติ (ความสามัคคีแห่งชาติ) 14.2 น้ำใจป๋างโหลง ปี 1947 ( จะยึดมั่นในสนธิสัญญาป๋างโหลง 1947) 14.3 จะส่งเสริมประชาธิปไตย 14.4 จะพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในเมืองไตให้มีความเจริญก้าวหน้า 14.5 จะร่วมต่อต้าน และปราบปรามยาเสพติด 14.6 สร้างความสงบร่มเย็น
ตามนโยบายหลักดังกล่าวนั้น เจ้ายอดศึก จึงได้ติดต่อเรียกร้องความสามัคคีจากทุกกลุ่ม จนกระทั่งวันที่ 13 กันยายน 1996 ทางกลุ่ม S.U.R.A , และ S.S.N.A. จึงได้มีมติในที่ประชุม โดย เจ้าแสงแก้ว กล่าวว่า พวกเราทั้งหมด ยืนยันที่จะสู้ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ภายใต้ของชื่อ S.S.A (Shan State Army)
|
เจ้ายอดศึกพูดในที่ประชุม RCSS ที่ดอยไตแลง ปี 2001
ในหัวข้อนโยบายปราบปรามยาเสพติด และแผนการหลอกลวงโลกของทหารเผด็จการพม่า |
ตามนโยบายหลักข้อที่ 5 ที่ได้กำหนดไว้ว่า จะร่วมต่อต้านและปราบปรามยาเสพติด นั้น เนื่องจากทางการพม่าได้นำปัญหายาเสพติดมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ได้กล่าวหาผู้รักชาติชาวไตว่า เป็นผู้ค้ายาเสพติด ยิ่งไปกว่านั้นยังทำการหลอดลวงเอกเงินจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยอ้างว่า จะทำการปราบปรามยาเสพติด แต่กลับเอามาซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อนำมาทำการกดขี่ข่มเหงประชาชนชาวไต และ ชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
ดังนั้นปัญหายาเสพติดจึงเป็นปัญหาที่ใกล้ตัว จึงต้องเร่งด่วนในการที่จะต้องปราบปรามให้สิ้นซาก หาก เจ้ายอดศึก จะร่วมมือกับทาง S.P.D.C หรือ รัฐบาลทหารพม่า ก็ไม่สามารถที่จะพ้นจากยาเสพติดได้ และทาง S.P.D.C เองก็ไม่สามารถที่ยอมรับ กลุ่ม เจ้ายอดศึกได้
ตามหลักนโยบายหลักข้อที่ 5 ทางกองทัพ S.S.A (S) ได้ออกหนังสือประกาศให้รับทราบในทุกพื้นที่ทางกองทัพ S.S.A (S) ควบคุมอยู่นั้น จะต้องไม่มีการค้ายาเสพติดโดยเด็ดขาด ซึ่งได้ประกาศไป เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 1998 หลังจากได้ออกหนังสือประกาศไปแล้ว ทางกองทัพ S.S.A (S) ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องดังนี้
วันที่ 10 มกราคม 1999 ได้ทำการตรวจยึดและเผาโรงงานผลิตยาเสพติดที่ห้วยน้ำตอง วันที 12 มกราคม 1999 ได้ทำการตรวจยึดและเผาโรงงานผลิตยาเสพติด ที่ดอยคิว วันที่ 21 มกราคม 1999 ได้ทำการจับกุมพ่อค้ายาบ้า ในพื้นที่ ป๋างเสือเฒ่า วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1999 ได้ทำการผาทำลายโรงงานผลิตยาเสพติดที่ ห้วยโจ๋งปา วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1999ได้ทำการผาทำลายโรงงานผลิตยาเสพติดที่ คายโหลง
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1999 ได้ทำกาจับกุมพ่อค้ายาเสพติด พร้อมทั้งยึดอุปกรณ์ผลิตยาเสพติดได้ บางส่วน และทางกองทัพ S.S.A (S) มีแผนการที่จะดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ |