|
สำหรับความเป็นมาของปีใหม่ของชาว ไทยใหญ่นั้น ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า เนื่องด้วย ชนชาติไต หรือไท เป็นชนชาติที่ใหญ่มากตั้งแต่อดีต โดยมีถิ่นฐานที่อยู่ทั้งในสิบสองปันนาตอน ใต้ของจีน ในรัฐอัสสัมของอินเดีย รัฐฉานในพม่า ประเทศไทย และเวียดนาม ดังนั้น การจัดงานเริ่นเริงในเทศกาลวันปี ใหม่ของชาวไท หรือไทยใหญ่ได้เริ่มต้นมา พร้อมๆ กับความเป็นชุมชน การเฉลิมฉลองในปีใหม่สมัยก่อนนั้น นิยมนับศักราชเป็นรอบ คือ 60 ปีนับเป็นหนึ่งรอบ โดยมีชื่อ ปีตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 60 วิธีเรียกชื่อปีนี้ เรียกว่าแม่ ปี ( 60 ปี = 1 รอบ) เมื่อนับถึงหนึ่งรอบ แล้วก็เริ่มนับใหม่ ทำอย่างนี้มาเป็นเวลานาน ใน พ.ศ.450 (ก่อน ค.ศ.94) ได้มีการเฉลิม ฉลองปีใหม่พร้อม ๆ กับการฉลองพระไตรปิฏกที่ นำมาจากอินเดีย ณ เมืองหมู่อ้านมาว หรือเรียกว่า เมืองเกงหวี, เมืองหลวงปุ่งไต (ปัจจุบัน-อยู่ใน สิบสองปันนาของจีน) ตั้งแต่ พ.ศ.450 เป็นต้นมา จึงได้มีการนับปีสืบต่อกันมาเรื่อย ๆ โดยไม่เริ่มนับ ใหม่เมื่อถึงกำหนดของการนับศักราชตามแม่ปี การนับวันเดือนปีของชาวไทยใหญ่นั้น นับ ตามจันทรคติ หรือนับเป็นค่ำ เริ่มต้นวันปีใหม่จึงเริ่ม ต้นที่ขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย ดังนั้น การจัดงานเฉลิมฉลอง วันปี ใหม่จึงจัดทำในวันขึ้นหนึ่งค่ำของเดือนอ้าย ส่วนประเพณีนิยมในการจัดงานปีใหม่นี้ มี 3 ช่วง เรียกว่า 1. คอยอ้าย หรือเฝ้ารอเดือนอ้าย (ใป้เจ๋ง) เป็นการตระเตรียมงานในด้านต่าง ๆ ทั้งของ ชาวบ้านเอง เช่น การทำขนม ทำอาหาร และของคณะ กรรมการจัดงานเพื่อจัดให้มีการเฉลิมฉลอง ในงานเป็น การใหญ่ 2. รับอ้าย หรือนับเดือนอ้าย (ฮั่บเจ๋ง) เริ่มรับอารุณแห่งเทศกาลการปีใหม่ ด้วยการถวาย สิ่งของแด่พระสงฆ์ ขอขมาท่านผู้ใหญ่ รวมถึงมอบของ ขวัญให้แก่กันและกัน 3. กินอ้าย หรือกินเลี้ยงเดือนอ้าย (กิ๋นเจ๋ง) เป็นช่วงเวลาแห่งการถวายอาหารเช้า-เพลแด่พระ สงฆ์ และรับประทาน อาหารร่วมกัน 4. เล่นอ้าย เล่นในเดือนอ้าย (เล่นเจ๋ง) การจัดงานปีใหม่นี้นิยมจัดกันขนาดใหญ่ ใน รัฐฉานจะจัดกันในระดับตำบล อำเภอ หรือในตัวเมือง โดยมีการแสดงต่าง ๆ เป็นที่สนุกสนานมาก |